ในประเทศไทยมีอัตราการเป็นโรคโลหิตจาง
ร้อยละ 1 หรือประมาณ 6 แสนคน
และอัตราของผู้ที่เป็นพาหะนั้นอยู่ที่ร้อยละ 30-40
หรือประมาณ 25 ล้านคนซึ่งนับว่าเป็นอัตราที่สูงมากเมื่อเทียบกับโรคอื่นๆ
โรคโลหิตจาง เป็นโรคที่มีผลมาจากการสร้างโปรตีนที่เป็นส่วนประกอบสำคัญของเม็ดเลือดแดงมีความผิดปกติ
โดยทำให้เม็ดเลือดแดงมีอายุสั้นกว่าปกติ แตกตัวง่าย ถูกทำลายได้ง่าย
นำพาออกซิเจนได้ไม่ดี สามารถแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่
ได้แก่
1.โรคเบต้าธาลัสซีเมีย
1.1
โฮโมซัยกัสเบต้าธาลัสซีเมีย มีอาการดังนี้
- ซีดเรื้อรัง
- หน้าผากโหนก
- โหนกแก้มสูง
- ดั้งจมูกแฟบ
- เตี้ยแคระแกน
- พุงป่อง ม้ามโต
2.โรคอัลฟ่าธาลัสซีเมีย
2.1 ฮีโมโกลบินบาร์ทไฮดรอพส์ฟีทัลลิส มีอาการดังนี้
เป็นชนิดที่รุนแรงที่สุด
ตายทั้งหมดตั้งแต่ในครรภ์ตายขณะคลอด ทารกมีลักษณะบวมและซีด รกขนาดใหญ่ ท้องป่องตับโตมาก
ส่วนแม่ที่ตั้งครรภ์ลูกที่เป็นโรคนี้ จะมีปัญหาแทรกซ้อนระหว่างตั้งครรภ์คือ
ครรภ์เป็นพิษ มีความดันเลือดสูง บวม มักมีการคลอดที่ผิดปกติ และมีการตกเลือดหลังคลอดด้วย



ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น